ecban
เอคโค ฟาร์ม เราจะผลิตและพัฒนาลูกกุ้ง ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อลูกค้าของเรามีกำไรสูงสุด " เกษตรกรท่านใดที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมเอคโคฟาร์ม ทางฟาร์มยินดีต้อนรับทุกท่าน"

ปรับตัวเลี้ยงกุ้งสู้พายุฝน

ปรับตัวเลี้ยงกุ้งสู้พายุฝน
 

“ฤดูฝน” เป็นฤดูการที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหวังให้มีน้ำไหลเทลงมาจากฟากฟ้า เพราะมันเสมือนสิ่งที่เขารอคอยกันมานาน หลังจากผจญกับภัยแล้งอันแสนทรหดกันมา ผลผลิตของเกษตรกรบางรายต้องเสียหายกับภัยแล้ง บางรายประคับประคองตนมาได้ แต่เข้าฤดูฝนก็ใช่ว่าการเลี้ยงกุ้งจะไม่มีปรับตัว ยังมีสิ่งที่คนเลี้ยงอาจจะต้องปรับตัวบ้างเช่นกัน.

 


ปรับตัวสูฝน กับ ดร.ชลอ
 

ในเรื่องนี้ ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ แห่งคณะประมง ใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้แนวทางแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในการปรับแนวทางการเลี้ยงให้เข้าฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูฝนนี้ว่า หน้าฝนเป็นช่วงที่เหมาะมาก สำหรับการเลี้ยงกุ้ง เพราะอากาศไม่ร้อน และที่สำคัญเป็นต้นฤดูฝน เนื่องจากน้ำฝนจะไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อกุ้งมาก และอุณหภูมิไม่ร้อนจัด อันจะส่งผลให้ความเค็มในบ่อไม่เพิ่ม แพลงก์ตอนก็ไม่เข้ม โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูฝนก็จะเอื้อให้ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะเลี้ยงง่าย แต่หากเป็นหน้าแล้งที่ร้อนจัดๆ บ่อตื้นๆ อย่างภาคกลาง ก็มีแนวโน้มที่จะเสียหายมาก

 

 


บ่อดินกรดต้องเติมน้ำ-ลงปูนขาว
 

ดร.ชลอ กล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตามฤดูฝน จะมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งที่ค่อนข้างจะชัดเจน สำหรับบ่อประเภทที่เป็นดินกรด หรือบ่อเล็กที่มีดินเป็นกรด คือเมื่อฝนตกหนักให้ระวังบริเวณคันบ่อ เนื่องจากบ่อเล็กถ้าเราใส่น้ำน้อยเมื่อบ่อถูกน้ำชะ คันบ่อก็จะเป็นกรด เพราะฝนมันจะชะกรดซัลฟูลิคลงไปในบ่อ ทำให้คุณภาพน้ำในบ่อเปลี่ยนเร็ว แต่อย่างไรก็ดี สามารถแก้ไขได้โดยการเติมน้ำให้มากๆ จากนั้นก็นำปูนขาวมาเคลือบไว้ที่คันบ่อ และถ้าเป็นไปได้หากรู้ล่วงหน้าว่าวันไหนฝนจะตกหนัก ก็ให้นำปูนขาวไปหว่านในกองเลน เพราะกองเลนมีค่าพีเอชต่ำ เนื่องจากมีการย่อยสลายของเสียเป็นจำนวนมาก


"เมื่อพีเอชต่ำก๊าซไข่เน่าจะเป็นพิษ พอกุ้งอุณหภูมิต่ำ ก็จะลงเลนเพื่อจะได้ไม่เป็นพิษมาก เพราะถ้าก๊าซไข่เน่ามีมาก กุ้งไปหมกนานๆ จะทำให้กุ้งป่วย”

พื้นที่ความเค็มต่ำควรเติมเกลือแร่เสริม
 

หน้าฝนข้อควรระวังคือ จะเป็นช่วงที่น้ำมีความเค็มต่ำมาก โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก จึงต้องมีการเติมเกลือแร่ลงไปบ้างเป็นระยะ แต่หากเป็นพื้นที่ที่น้ำมีความเค็มสูงก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ เนื่องจากไม่ต้องคอยควบคุมความเค็มในบ่อมากนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องระวังว่า เลนตรงกลางอย่าให้เน่า เพราะหากฝนตกมากๆ กุ้งไปหมกเลน ทำให้เกิดผลเสียตามมา

“ถ้าบ่อไหนพื้นดีๆ ก็ไม่เป็นไร พออากาศอุ่นก็ออกมากินอาหารใหม่ แต่ถ้าพื้นไม่ดี กุ้งไปหมกนานๆ ออกมาก็ซูเต็มตัว อ่อนแอลง ตรงนี้สำคัญอยากให้เน้น ข้างในบ่อต้องดี เพราะฤดูนี้จะได้เปรียบทั้งกุ้งขาวกุ้งดำเลี้ยงได้หมด”

 
ลงกุ้งแต่พอควร หวั่นปลายปีผลผลิตล้น
 

ดร.ชลอ ยังกล่าวเตือนถึงการลงกุ้งในช่วงฤดูฝนว่า ช่วงนี้อยากให้เกษตรกรพึงระมัดระวังว่า หากลงกุ้งมากในฤดูนี้ ผลผลิตปลายปีก็จะมากตามมา แต่หากเมื่อได้ผลผลิตกุ้งมากแล้ว กลับได้เป็นไซซ์เล็กก็จะไม่คุ้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งดำ แต่สำหรับกุ้งขาวก็ต้องมีการวางแผนที่ดี ต้องเลี้ยงให้ได้ไซซ์ใหญ่พอสมควร และที่สำคัญต้องดูทิศทางการตลาดด้วย

“อย่างที่เห็นๆ อยู่ว่าราคาช่วงนี้เป็นอย่างไร”

แต่สรุปก็คือรอบนี้ฝนมาช่วยแล้ว

นอกจากนั้นปริมาณกุ้งในขณะนี้โดยเฉพาะในช่วง เดือนสองเดือนแรกของฤดูฝนนั้น เกือบทุกประเทศมีปริมาณมาก ทำให้เป็นที่น่าวิตกว่า เมื่อปริมาณแต่ละประเทศมีมากโดยเฉพาะกุ้งขาว ราคาก็จะตกต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่หากเกษตรกรรายใดสามารถทำได้ไซซ์หน้า 4 ต้นๆ ได้ ตนก็ยังมองว่า ราคาน่าจะยังสดใสอยู่

 

 


คำแนะนำ : สำหรับหน้าแล้งปีหน้า เกษตรกรควรทำบ่อลึก หว่านปูนขาว
 

สำหรับเหตุผลที่เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมกุ้งได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น ดร.ชลอ กล่าวว่า การที่ผลผลิตกุ้งในฤดูร้อนตกต่ำลง นอกจากเกิดจากการที่น้ำมีปริมาณน้อยแล้ว หากเกษตรเข้าใจการเตรียมบ่อก็อาจทำให้ความเสียหายลดลงได้ ในเรื่องนี้ตนขอแนะนำว่า หากอากาศร้อนแล้ง ควรเตรียมขุดบ่อให้ลึก และพิถีพิถันในการเตรียมบ่อให้ดีในทุกขั้นตอน นอกจากนั้นก็ควรหว่านปูน ในบริเวณที่เป็นหลุมที่กุ้งอยู่ เผื่อเวลาที่กุ้งขุดดินพื้นบ่อขึ้นมา จะทำให้ไม่มีพิษมาก เพราะค่าพีเอชไม่มาก

“ต้องอย่าลืมว่าช่วงเวลาที่ฝนตก พีเอชจะยิ่งตกมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราใส่ปูนขาวลงไปเพื่อให้ค่าพีเอชขึ้นก็จะสามารถช่วยได้ ตัวอย่างง่ายๆ ลองสังเกตว่าหน้าร้อนที่ผ่านมาในบ่อปลาบ่อตื้นปลานิลตัวใหญ่ตายหมดเพราะปลานิลไปทำแอ่งที่พื้น พอพื้นร้อนและเน่า บวกกับน้ำตื้น ออกซิเจนก็จะละลายได้น้อย บ่อใหญ่ๆ ที่มีการเติมปูนน้อย พีเอชก็จะตกหมด ปลาตัวใหญ่ตามพื้นก็จะตายหมด ปลาวัยรุ่นที่ไม่อยู่ในแอ่งกลับไม่ตาย”

 


ทิศทางตลาดกุ้งในมุมมองของอาจารย์เป็นอย่างไร

ดร.ชลอ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า “ทิศทางการตลาดในอนาคต ผมคิดว่ากุ้งดำมาแรงแน่ แต่ปัญหาก็คือ ความไม่แน่นอนของพ่อแม่พันธุ์ ที่จะนำมาทำลูกพันธุ์ให้ได้คุณภาพ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน

แต่สำหรับในรายของกุ้งขาว เราก็ยังต้องพบกับคู่แข่งที่น่ากลัวหลายราย ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เพราะไม่ถูกภาษีเอดี หรือจีนที่แม้จะถูกภาษีมากกว่าเรา แต่เขาก็ซิกแซกจนสามารถขายกุ้งสำเร็จรูปในตลาดสหรัฐฯ ได้ ส่วนเวียดนาม ก็เลี้ยงแต่กุ้งดำเป็นส่วนใหญ่ และอินเดียก็ลงกุ้งบาง เพราะฉะนั้นประเทศเหล่านี้ เราจะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเปิดตลาดการค้าเสรี ซึ่งต้องอาศัยว่า ใครรู้ปัญหาก่อนป้องกันไว้ก่อน ใครเดินหน้าก่อนก็ได้เปรียบ ที่สำคัญ เราต้องมีการหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิมที่มีอยู่แล้วด้วย จึงสามารถแข่งขันบนเวทีกุ้งโลกได้ แต่เมื่อสรุปแล้วคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้ก็คือ อินโดนีเซีย”

 

แหล่งที่มา : http://www.thaiunionfeedmill.com



   
 
www.echothai.net
Copyright ©2006 ECHO Farm  All rights reserved.