ecban
เอคโค ฟาร์ม เราจะผลิตและพัฒนาลูกกุ้ง ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อลูกค้าของเรามีกำไรสูงสุด " เกษตรกรท่านใดที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมเอคโคฟาร์ม ทางฟาร์มยินดีต้อนรับทุกท่าน"

ข่าวในวงการกุ้งไทย

ส่งออกปิกอัพระรื่นอียูคืนจีเอสพี + กุ้ง รองเท้า พลาสติก จ้องเสียบหลังหลายประเทศถูกตัด

อียูแจ้งข่าวดีไทยได้คืนสิทธิจีเอสพีกลุ่มสินค้ายานยนต์ขณะที่กลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญดี๊ด๊าชิงได้เปรียบจีนที่โดนตัดสิทธิกว่า 13 รายการ รถยนต์ กุ้ง รองเท้า พลาสติก ชี้โอกาสทองเร่งส่งออกชดเชยตลาดสหรัฐฯทรุด ประกาศเพิ่มสัดส่วนไปอียูอีกเท่าตัว

จากการที่สหภาพยุโรป หรืออียู ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากถึง 27 ประเทศ ได้ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป(จีเอสพี)ในสินค้ากว่า 7,200 รายการ แก่ประเทศกำลังพัฒนากว่า 178 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยมาตั้งแต่ปี 2514 โดยอียูจะมีการพิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การให้จีเอสพีเป็นรอบ ๆ ทุก 10 ปี ซึ่งปัจจุบันการให้จีเอสพีของอียูครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549-31 ธันวาคม 2558 โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2549-31 ธันวาคม 2551 ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2552-31 ธันวาคม 2554 และช่วงที่ 3 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555-31ธันวาคม 2558

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ล่าสุดทางกระทรวงได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า ทางอียูได้แจ้งข่าวดีว่า ในการให้จีเอสพีในช่วงที่ 2 (2552-2554) ทางอียูได้พิจารณาคืนสิทธิจีเอสพีแก่ไทย 1 กลุ่มสินค้าสำคัญ คือกลุ่มยานพาหนะ และอุปกรณ์การขนส่งที่เกี่ยวข้องในพิกัดศุลกากรตอนที่ 86-89 ที่ไทยได้ถูกตัดสิทธิไปในช่วงปี 2549-2551

ขณะเดียวกันในภาพรวมการให้จีเอสพีของอียูในช่วงปี 2552-2554 จะมีประเทศที่ถูกตัดสิทธิจีเอสพีรายกลุ่มสินค้าทั้งสิ้น 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน 13 กลุ่มสินค้าได้แก่ กลุ่มสินค้าเคมี พลาสติก เครื่องหนัง ไม้และผลิตภัณฑ์ สิ่งทอ รองเท้า ของที่ทำด้วยหิน อัญมณีและเครื่องประดับ โลหะสามัญและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า ยานพาหนะ นาฬิกา อุปกรณ์การแพทย์ และกล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์, บราซิล 1 กลุ่มสินค้าคือ กลุ่มอาหารปรุงแต่งเครื่องดื่ม สุรา,อินโดนีเซียและมาเลเซียประเทศละ 1 กลุ่มสินค้าในกลุ่มเดียวกันคือ ไขมันและน้ำมันที่ได้จากสัตว์หรือพืช ,เวียดนาม 1 กลุ่มสินค้าคือ กลุ่มสินค้ารองเท้าและดอกไม้เทียม และไทย 1 กลุ่มสินค้าคือ กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับพิกัดที่ 71 ซึ่งถูกตัดจีเอสพีตั้งแต่ปี 2549-2551 แล้ว

"การที่ได้คืนจีเอสพีกลุ่มสินค้ายานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพของไทยในตลาดอียูน่าจะเป็นประโยชน์กับเรามาก ส่วนอัญมณีและเครื่องประดับพิกัดที่ 71 เป็นสินค้าที่เราถูกตัดมาก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ในภาพรวมสินค้าเกือบทุกรายการที่เราได้สิทธิจีเอสพีจากอียู เรายังคงได้รับสิทธิฯต่อไป อย่างไรก็ดีในการให้จีเอสพีช่วงที่ 2 นี้อียูได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่จะได้รับการลดหย่อนภาษี ซึ่งในเร็วๆนี้ ทางกรมการค้าต่างประเทศจะได้จัดสัมมนาให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่ผู้ส่งออกไทยต่อไป"

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่สินค้ากลุ่มยานพาหนะ และอุปกรณ์การขนส่งที่เกี่ยวข้องของไทยได้คืนจีเอสพีจากอียู จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ของไทยไปอียูในระยะต่อไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกรถปิกอัพซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปอียูที่จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาอียูเป็นตลาดส่งออกรถปิกอัพที่สำคัญของไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 17% ของการส่งออกในภาพรวม โดยเป็นการส่งออกของหลายค่าย อาทิ มิตซูบิชิ อีซูซุ และโตโยต้า เป็นต้น

ขณะที่ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าอื่นๆ ต่างให้ความเห็นในทิศทางที่สอดคล้องกันว่า การประกาศการคืน และตัดจีเอสพี แก่ประเทศที่อียูให้สิทธิจีเอสพีช่วงที่2 หลายสินค้าไทยสามารถได้ประโยชน์ไม่เฉพาะกลุ่มรถยนต์เท่านั้น เช่นกุ้ง รองเท้า พลาสติก ซึ่งสามารถชดเชยตลาดสหรัฐฯที่กำลังประสบปัญหาซับไพรม์ได้

อนึ่ง ในปี 2550 อียูเป็นตลาดส่งออกสัดส่วน 12.8% ของการส่งออกในภาพรวมของไทย โดยเป็นตลาดส่งออก อันดับสอง รองจากอาเซียน ในปีที่ผ่านมาไทยส่งออกไปอียูมูลค่า 730,799 ล้านบาท ขณะที่ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากอียูมูลค่า 414,541 ล้านบาท ไทยขาดดุลการค้าอียู 316,258 ล้านบาท ทั้งนี้ในจำนวนมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปอียูในปี 2550 เป็นการส่งออกภายใต้สิทธิจีเอสพี(เสียภาษี 0% หรือในอัตราต่ำ)มูลค่า 6,914 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 235,076 ล้านบาท(คำนวณที่ 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยอียูเป็นตลาดที่ไทยส่งออกภายใต้สิทธิจีเอสพีมากที่สุด ภายใต้สิทธิจีเอสพี รองลงมาคือสหรัฐฯ ญี่ปุ่น แคนาดา สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป(สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตล์) รัสเซีย และตุรกี ตามลำดับ


 

แหลงข้อมูล :หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ฉบับที่ 2311 06 เม.ย. - 09 เม.ย. 2551
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T0323111&issue=2311

 
 
www.echothai.net
Copyright ©2006 ECHO Farm  All rights reserved.