ecban
เอคโค ฟาร์ม เราจะผลิตและพัฒนาลูกกุ้ง ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อลูกค้าของเรามีกำไรสูงสุด " เกษตรกรท่านใดที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมเอคโคฟาร์ม ทางฟาร์มยินดีต้อนรับทุกท่าน"

ข่าวในวงการกุ้งไทย

เลือกตั้งสหรัฐดันส่งออกไทย "มิ่งขวัญ" ชี้ออร์เดอร์ "กุ้ง-อัญมณี" เพิ่ม

กระทรวงพาณิชย์แถลงผลการส่งออกสินค้าไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 มูลค่า 12,991.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.4% ส่วนการนำเข้า มูลค่า 13,680.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 33.1% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ารวม 688.9 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่สถานการณ์การส่งออกรวม 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ของ ปี 2551 ขยายตัว 24.55% มูลค่า 26,951.3 ล้านเหรียญสหรัฐ นำเข้าขยายตัว 40.91% มูลค่า 28,293.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยขาดดุลการค้ารวม 1,3242.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 186.04%

ภาพการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ กลับคืนสู่ภาวะปกติ ทำให้ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชื่อมั่นว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ 12.5% และหากเป็นไปได้จะพยายามให้การส่งออกขยายตัวถึง 15% "มิ่งขวัญ" ระบุว่า เริ่มเห็นปัจจัยบวกที่ส่งผลกับการส่งออกไทย หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดดอกเบี้ยลงอีก 0.75% ผลลัพธ์ที่ได้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของคนสหรัฐ

อีกทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดี สหรัฐในเดือนพฤศจิกายน จะช่วยให้เกิดกระแสเงินไหลเวียนในตลาดสหรัฐได้มากขึ้น

"ข่าวดีจากสหรัฐ" คาดว่าจะส่งผลให้สินค้าไทยหลายรายการ เช่น กุ้ง ที่ถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และพันธบัตรค้ำประกัน และอัญมณีซึ่งถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ตีตื้นกลับมามียอดส่งออกเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หาก "ข่าวดี" ไม่ดีจริง เนื่องจากวิกฤตซับไพรม อาจจะส่งผลลบกับการส่งออกของไทย เพราะมีแนวโน้มว่าวิกฤตซับไพรมอาจจะขยายไปยังสหภาพยุโรป และเอเชีย ส่งผลกระทบกับการส่งออกสินค้าบางกลุ่ม เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งปกติจะส่งออกไปยังตลาดเกาหลี และจีน เพื่อประกอบและส่งออกไปสหรัฐ แต่ขณะนี้ลดลงต่อเนื่องมา 2 เดือน บวกกับสินค้ากลุ่มนี้จะมีปัจจัยด้านการพัฒนาเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

แนวทางแก้ปัญหาในระยะสั้น เน้น "รักษาตลาดเก่า" ควบคู่ไปกับ "เจาะตลาดใหม่" โดยกระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมโรดโชว์ในตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดเศรษฐีใหม่ ซึ่งมิ่งขวัญเร่งจัดทำยุทธศาสตร์การส่งออกรายอุตสาหกรรม พร้อมกับสรุปข้อมูลการค้าจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 56 แห่ง คาดว่าจะมีสินค้าบางกลุ่มสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ออกมาได้ภายในเดือนนี้

ด้านการนำเข้ามีแนวโน้มว่าปีนี้จะเป็นปีที่ไทยขาดดุลการค้า เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลมุ่งเน้นสนับสนุนการลงทุน ทั้งในภาครัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์) ทำให้ไทยขาดดุลการค้า ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น โดยการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 66.36% คิดเป็นสัดส่วนการนำเข้าทั้งหมด 24.08% และสินค้าทุน เพิ่มขึ้น 23.36% โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 18.89%

ขณะที่ "มิ่งขวัญ" มองว่า สัญญาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น เกิดจากผลความเชื่อมั่นที่มีต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และค่าบาทที่แข็งค่าส่งผลดีกับการนำเข้าสินค้ากลุ่มทุนและวัตถุดิบ

แต่ที่สำคัญ รัฐบาลจะต้องดูแลปัญหาเงินบาทแข็งค่า ภายหลังจากการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ซึ่งอาจจะทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรุนแรง และนโยบายการลดดอกเบี้ย เพราะค่าบาทเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก เพราะปกติผู้ส่งออกจะรับออร์เดอร์ล่วงหน้า 1-3 เดือน แต่ถึงเวลาส่งออกจริง ค่าเงินแข็งค่า เท่ากับกำไรจากการส่งออกหายไป หรือเสี่ยงขาดทุน แต่หากไม่รับออร์เดอร์ก็ไม่ได้ เพราะต้องรักษาฐานลูกค้า ดังนั้น ผู้ส่งออกจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการลดการรับออร์เดอร์ เพื่อให้เจ็บตัวน้อยที่สุด

 

แหลงข้อมูล : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3986 (3186)
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02inv05240351&day=2008-03-24&sectionid=0203

 

 
 
www.echothai.net
Copyright ©2006 ECHO Farm  All rights reserved.