|

- นักไบโอเทคไทยค้นพบโปรตีนบล็อกไวรัสตัวแดงดวงขาวในกุ้ง
เพิ่มอัตรารอดของกุ้งติดเชื้อ 85-95% ด้านนักวิจัยมะกันเผยระบบเลี้ยงกุ้งแบบความหนาแน่นสูงใช้ต้นทุนต่ำ
ผลผลิตสูง และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม พบ 500 เป้าหมายสำคัญไขรหัสลับป้องกันโรคกุ้ง
เนื่องจาก กุ้ง เป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของไทย
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
(สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จึงจัด
"การประชุมวิชาการความก้าวหน้างานวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพด้านกุ้ง"
ขึ้น เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี ดร.ดรุณี เอ็ดเวิร์ดส
รองผอ.ไบโอเทค เป็นประธาน พร้อมมีนักวิจัยร่วมรับฟังกว่า
100 คน
PmRAB7 โปรตีนบล็อกโรคตัวแดงดวงขาว
เพิ่มอัตรารอด 85%
ดร.กัลยาณ์ ศรีธัญญลักษณ์แดงติ๊บ นักวิจัยไบโอเทค
บรรยายในหัวข้อ การค้นพบโปรตีนกุ้งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่อต้านการติดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ
ว่า ไวรัสตัวแดงดวงขาวเป็นไวรัสก่อโรคที่สร้างความเสียหายกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งอย่างหนัก
ยังไม่มีวิธีแก้ไขได้ทันที เมื่อตรวจพบจะต้องจับกุ้งทันทีเพื่อไม่ให้ติดต่อไปสู่บ่ออื่น
จากปัญหาดังกล่าว
มีวิธีป้องกันวิธีเดียวเท่านั้นคือตรวจโรคด้วยชุดตรวจก่อนปล่อยกุ้งลงบ่อ
ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะป้องกันที่ต้นทางคือรู้ว่ากุ้งมีกลไกการต่อต้านไวรัสอย่างไรเมื่อได้รับเชื้อ
แล้วป้องกันไม่ให้ไวรัสก่อโรคแม้ว่าจะเข้ามาอยู่ในตัวกุ้งแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ ปัจจุบันได้ค้นพบโปรตีนต่อต้านการก่อโรคไวรัสตัวแดงดวงขาวในกุ้งแล้วจำนวน
3 ชนิด ชนิดที่ได้ศึกษาเป็นตัวแรกคือ พีเอ็มแร็บ
7 (PmRAB7) ซึ่งเป็นสายโปรตีนที่พบได้ในเม็ดเลือดกุ้ง
เมื่อสกัดออกมาผสมในอาหารกุ้งที่ติดเชื้อ พบว่า
กุ้งกลุ่มที่ได้รับโปรตีนนี้จะมีอัตรารอดตายถึงร้อยละ
85% เนื่องจากกระบวนการติดเชื้อไวรัสของกุ้งถูกพีเอ็มแร็บ
7 ขัดขวาง ขณะที่กุ้งที่ไม่ได้รับโปรตีน จะตายทั้งหมดภายใน
3 วัน
จึงสรุปได้ว่า โปรตีนพีเอ็มแร็บ 7 มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการก่อโรคในกุ้ง
การทดลองนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพยายามที่จะผลิตโปรตีนออกมาในรูปของวัคซีน
สารผสมอาหารกุ้ง หรือสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันในกุ้งที่ใช้ง่ายและมีความคงตัวสูง
รวมทั้งการศึกษาระบบภูมิคุ้มกันในกุ้งอย่างละเอียดในลำดับต่อไป
เชื่อว่าจะได้ผลงานวิจัยที่ชัดเจนออกมาภายในปี 2551
นี้
ดร.กัลยาณ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เพื่อให้ผลิตโปรตีนพีเอ็มแร็บ
7 มาขัดขวางกระบวนการติดเชื้อไวรัสของกุ้งได้ในปริมาณมาก
นักวิจัยจึงได้ตัดแต่งพันธุกรรมยีนของแบคทีเรีย
อีโคไล ขึ้น โดยใส่ยีนที่มีหน้าที่ออกคำสั่งให้เซลล์กุ้งผลิตโปรตีนพีเอ็มแร็บ
7 เข้าไป เพื่อให้เซลล์ของแบคทีเรียทำหน้าที่ผลิตโปรตีนชนิดดังกล่าวได้
ซึ่งเมื่อใดที่ต้องการใช้พีเอ็มแร็บ 7 ก็สกัดออกมาจากแบคทีเรียเพื่อใช้งานได้ทันที
ขณะที่จุลินทรียีอีกชนิดที่ให้ความสนใจอยู่คือ
ยีสต์ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตโปรตีนดังกล่าวได้เช่นกัน
อีกทั้งผิวด้านนอกของยีสต์ยังมีสารเบต้า-กลูแคนที่มีคุณสมบัติกลืนกินสิ่งแปลกปลอมได้ดี
จึงเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพีเอ็มแร็บ 7 ได้ด้วย
ที่สำคัญยีสต์ยังเป็นวัตถุดิบทำอาหารที่มนุษย์คุ้นเคยมากกว่าอีโคไล
และไม่ต้องผ่านขั้นตอนการสกัดพีเอ็มแร็บ 7 เหมือนอีโคไล
จึงเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์มากกว่าอีโคไลมาก
นักวิจัยบอกด้วยว่า นอกจากจะใช้พีเอ็มแร็บ 7 ในการป้องกันโรคไวรัสตัวแดงดวงขาว
ซึ่งทำกุ้งที่ติดเชื้อมีอัตรารอดตาย 85% แล้ว ยังได้สนใจพัฒนาสารแอนตี้พีเอ็มแร็บ
7 มาใช้เพื่อลดอัตราการตายของกุ้งให้เหลือเพียง
5% ได้อีกด้วย
Super Intensive เลี้ยงกุ้งแบบทุนต่ำ
ผลผลิตสูง รักษาสิ่งแวดล้อม
ส่วน ดร.เคร็ก บราวดี (Craig Lawrence Browdy)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากประเทศสหรัฐอเมริกา
บรรยายในหัวข้อ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงกุ้ง
ว่า สถานการณ์การเพาะเลี้ยงกุ้งขาวของโลก ยิ่งนับวันจะมีแต่การแข่งขันเรื่องราคาที่ดุเดือด
อีกทั้งยังเจอข้อกล่าวหาว่าบ่อกุ้งเป็นตัวการทำลายสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นการลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งเพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่รอด
พร้อมๆ ไปกับการรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน
สำหรับการศึกษาเทคโนโลยีการเลี้ยงกุ้งขาว ณ ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
แวดเดล มาริคัลเชอร์ (Waddell Mariculture Center)
เมืองชาร์ลสตัน มลรัฐเซาท์แคโรไลน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งได้ศึกษาการเลี้ยงกุ้งทะเลมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า
15 ปี ปัจจุบันสามารถพัฒนาไปถึง "การเลี้ยงกุ้งแบบความหนาแน่นสูง"
(Super Intensive) ได้แล้ว
การเลี้ยงกุ้งด้วยระบบดังกล่าว จะเหมาะสำหรับการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ที่จำกัดของโรงเรือนแบบปิดให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด
โดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด และอาศัยจุลินทรีย์ของระบบนิเวศน์ในบ่อกุ้งเป็นตัวรักษาคุณภาพน้ำ
รวมทั้งอาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งทำมาจากวัตถุดิบคุณภาพดี
เมื่ออาหารเหลือจึงไม่ทำให้น้ำเน่าเสียและง่ายต่อการควบคุมคุณภาพน้ำ
งานวิจัยนี้พบว่า วิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่ทำให้ได้ผลผลิตสูง
สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตในบ่อกุ้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และเนื่องจากใช้หลักการควบคุมความสมดุลของอาหารจึงลดต้นทุนการผลิตได้
ขณะเดียวกันก็รักษาสมดุลในบ่อโดยจุลินทรีย์ได้ดี
จึงเป็นระบบที่ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลายทั่วโลก
สืบจากยีน: พบ 500 เป้าหมายขจัดโรคกุ้ง
จากนั้น ดร.เคร็ก ได้บรรยายต่อไปในหัวข้อ การใช้เทคโนโลยีทางพันธุวิศวกรรมขั้นสูงเพื่อการติดตามและป้องกันการก่อโรคในกุ้ง
ว่า องค์ความรู้เรื่องการต่อต้านการรุกรานของโรคกุ้งที่สำคัญ
คือ โรคทอร่าซินโดรม (ทีเอสวี: TSV) และโรคตัวแดงดวงขาว
ตลอดจนองค์ความรู้เรื่องกลไกการป้องกันโรคในกุ้งและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังของทั่วโลกยังมีน้อยมาก
ทำให้ยังไม่สามารถป้องกันการรุกรานของโรคได้ถูกจุด
จึงทำได้เพียงการป้องกันที่ปลายเหตุโดยไม่ทราบว่าต้นเหตุคืออะไร
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้คิดค้นการใช้เทคโนโลยีระดับโมเลกุลมาช่วยแก้ปัญหา
โดยเริ่มจากการค้นหายีนของกุ้งมีบทบาทในการต่อต้านการรุกรานของโรค
แล้วจึงค้นหาสารพันธุกรรมของยีนว่านั้นเป็นสารอะไร
และมีกลไกอะไรที่ทำให้กุ้งต่อต้านการรุกรานของโรค
ต่อมาจึงสกัดสารนั้นๆ ออกมาผสมในอาหารกุ้ง
พบว่ากุ้งที่ได้รับสารพันธุกรรมนั้นสามารถต้านทานโรคได้ดี
โมเดลการศึกษานี้จึงนำไปใช้ศึกษากลไกการป้องกันการรุกรานโรคอื่นๆ
รวมทั้งศึกษาวิธีการผลิตสารพันธุกรรมและวิธีการใช้ในรูปแบบที่ง่าย
และไม่ซับซ้อนในขั้นตอนต่อไปได้ ซึ่งขณะนี้พบแล้วว่ามียีนหรือโปรตีนสำคัญในการป้องกันโรคแล้วถึง
500 ตัว
สุดท้ายนี้ ดร.ดรุณี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับการบริหารจัดการองค์ความรู้เพื่อการเลี้ยงกุ้งของไทย
เวลานี้ได้มีการทำงานกันแบบเป็นเครือข่ายโดยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ
ได้แก่ ไบโอเทค สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(วช.) และกรมประมง ทั้งนี้เพราะต่างเห็นความสำคัญของการทำงานแบบเครือข่ายว่ามีประโยชน์มากกว่าการทำงานแบบเดี่ยวๆ
สำหรับ ดร.กัลยาณ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญการวิจัยและป้องกันโรคกุ้ง
รวมทั้งการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยสำเร็จรูปแบบต่างๆ
ของ "หน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง"
มหาวิทยาลัยมหิดล
ส่วน ดร.เคร็ก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและการพัฒนาระบบการเลี้ยงกุ้งแบบปลอดเชื้อ
(Biosecurity) ของกุ้งขาวในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ปรึกษาของศูนย์ไบโอเทคในการจัดตั้งและก่อสร้าง
ศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำแบบปลอดเชื้อ
รวมทั้งการเพิ่มสายพันธุ์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงของประเทศ
เพื่อฟื้นฟูและรองรับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศไทย
แหลงข้อมูล : สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
http://www.thaiqualityshrimp.com/what/home_detail.asp?nID=286
|